ข่าวกระบี่ » ผวจ.กระบี่ กำชับทุกหน่วยพร้อมรับมือ พายุปาบึก เน้นดูแลความปลอดภัยด้านชีวิตเป็นสำคัญ

ผวจ.กระบี่ กำชับทุกหน่วยพร้อมรับมือ พายุปาบึก เน้นดูแลความปลอดภัยด้านชีวิตเป็นสำคัญ

2 มกราคม 2019
429   0

ผวจ.กระบี่ กำชับทุกหน่วยพร้อมรับมือ พายุปาบึก เน้นดูแลความปลอดภัยด้านชีวิตเป็นสำคัญ ส่วนประชาชน ให้ปฏิบัติตามคำสั่งและข้อแนะนำจากเจ้าหน้าที่เคร่งครัด

พ.ต.ท. ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย นายสมควร ขันเงิน. นายสมโภช โชติชูช่วง พ.อ.ชัยพิพัฒน์ รันสูงเนิน รอง ผอ.รมน. จ.กระบี่ (ท) นายไพศาล ขุนศรี เลขานุการศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ห้องประชุมปลายพระยา ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดกระบี่ เพื่อรับทราบข้อสั่งการ แนวทางการปฏิบัติ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์และผลกระทบจากพายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) ผ่านประชุมทางไกลผ่านระบบ Video Teleconference ซึ่ง มีพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม จากกระทรวงมหาดไทย.

ทั้งนี้สืบเนื่องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ติดตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาลงวันที่ 2 มกราคม 2562 เรื่องพายุโซนร้อนปาบึกพายุดังกล่าวอยู่บริเวณทะเลจีนใต้ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กม/ชม กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกด้วยความเร็ว 10 กม/ชม คาดว่าจะเคลื่อนผ่านปลายแหลมญวนและเคลื่อนลงอ่าวไทยวันที่ 2-3 มกราคม 2562 โดยคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ในช่วง 3-5 มกราคม 2562 ส่งผลกระทบภาคใต้ตั้งแต่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ รวม 16 จังหวัด ดังนั้นจึงต้องประชุมเตรียมการเผชิญเหตุจากสถานการณ์ข้างต้นให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมด้านการปฏิบัติภารกิจในความรับผิดชอบ ทั้งการป้องกัน การช่วยเหลือ และการบรรเทาสาธารณภัยที่เกิดขึ้น ทั้งกำลังคน ยุทโธปกรณ์ ทั้งรถ เรือ เครื่องบิน ทุกหน่วยต้องติดตามการคาดหมายลักษณะอากาศอย่างใกล้ชิด .เมื่อทราบจุดที่พายุดีเปรสชั่น เข้าชัดเจนว่าเป็นจังหวัดใด จะมีจังหวัดที่อยู่เหนือและล่างจังหวัดนั้น ได้รับผลกระทบรุนแรงด้วย จึงต้องห้ามเรือออกจากฝั่งทั้งเรือประมง เรือโดยสารและเรือท่องเที่ยว ซึ่งนายกรัฐมนตรีกำชับจะต้องไม่เกิดเหตุเช่นกรณีเรือฟินิกส์ เกิดขึ้นอีก ส่วนแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ชายทะเลต้องอพยพนักท่องเที่ยวไปยังที่ปลอดภัย.

เตรียมแผนสำรองด้านการสื่อสาร โดยเบื้องต้นพื้นที่เสี่ยงหลักได้แก่จังหวัดชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา เพื่อลดความเสี่ยงก่อนเกิดเหตุ ผู้ที่อาศัยอยู่ชายฝั่งทะเลให้ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรง ชาวเรือ หรือเรือนักท่องเที่ยว เดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กงดออกจากฝั่ง ผู้ที่อยู่ในแนวเขาพนมเบญจา 5 อำเภอ ระวังดินโคลนถล่ม และขอให้ประชาชนติดตามการพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามข้อสั่งการและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้จังหวัดจะมีการประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์ในเช้าวันที่ 3 มกราคม 2562 อีกครั้ง